เกมส์เพรสซิ่งของลิเวอร์พูล กำลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง

สถานการณ์การลุ้นท็อปโฟร์ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในปีนี้ ลุ้นกันมันส์ตลอดทุกสัปดาห์ อันดับ 2-5 มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงกันได้ตลอดเวลาหากมีใครพลาด แถมยังมีอันดับ 6-7 อย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและเอฟเวอร์ตันที่ไล่จี้เข้ามาเรื่อยๆ

 

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยตั้งแต่เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลมานี้ นั่นคือฟอร์มของยอดทีมแชมป์ยุโรป 5 สมัยอย่างลิเวอร์พูล ที่อยู่ๆก็แผ่วลงไปดื้อๆ ปล่อยแต้มหล่นหายเป็นกระบุง ทำผลงานหลังปีใหม่ 5 เกมส์ในพรีเมียร์ลีก ยังไม่ชนะใครเลย โดยเก็บได้เพียง 3 คะแนน นั่นคือการเสมอ 3 และแพ้ไป 2 ต่อทีมท้ายตารางอย่าง สวอนซีและฮัลล์ ซิตี้ รวมการแข่งขันทุกรายการหลังปีใหม่ 10 เกมส์ ชนะได้เพียงเกมส์เดียวเท่านั้น

 

มีนักวิจารณ์ให้เหตุผลไว้มากมาย ในสิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ลิเวอร์พูลฟอร์มห่วยลงจนน่าใจหาย แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือเกมส์เพรสซิ่งกำลังส่งผลอย่างหนักหน่วงต่อฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูล เหมือนอย่างที่ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน อดีตบรมกุนซือปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยวิพากษ์วิจารณ์ไว้เมื่อต้นฤดูกาลนั่นเอง

 

นี่คือผลจากการเล่นเกมส์เพรสซิ่งอย่างสุดติ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังทำร้ายลิเวอร์พูลในตอนนี้

 

นักเตะอ่อนล้า -- สิ่งที่ส่งผลอย่างชัดเจนที่สุดคือเรื่องความฟิตของนักเตะที่หดหายลงไปตามการใช้งานอย่างหนักหน่วง ซ้ำร้ายพวกเขายังไม่มีตัวสำรองที่ทดแทนกันได้อีกด้วย ทำให้จำใจต้องใช้ผู้เล่นที่มีอยู่อย่างจำกัดต่อไป

 

ความแน่นอนของเกมส์ขาดหายไป -- เรื่องนี้เป็นผลต่อเนื่องจากความฟิตของนักเตะล้วนๆ ผสมกับความมั่นใจที่ค่อยๆถดถอยไปกับฟอร์มที่ไม่เอาอ่าวของพวกเขา หากใครเคยเล่นฟุตบอลจะเข้าใจข้อนี้ดีว่าเรื่องพละกำลังความฟิตนั้นส่งผลอย่างยิ่งยวดในเกมส์การแข่งขัน เมื่อร่างกายขาดความฟิตบวกกับความมั่นใจลดลง จินตนาการที่เคยมี ความแน่นอนในการเล่นจังหวะต่างๆที่เคยแม่นยำจะขาดหายไป สิ่งที่ได้มาแทนนั่นคืออารมณ์หงุดหงิดกับฟอร์มของตัวเอง

 

คู่ต่อสู้ตั้งรับแน่นหนา -- ลิเวอร์พูลเป็นดั่งพ่อพระของทีมเล็กๆ เมื่อพวกเขาสามารถปล้นชัยชนะจากทีมใหญ่ๆด้วยกันเองอย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่เที่ยวแจกแต้มให้กับทีมเล็กๆเป็นว่าเล่น นั่นแสดงให้เห็นว่า ลิเวอร์พูลมีปัญหากับเกมส์ตั้งรับเต็มรูปแบบ สิ่งนี้มองว่าเป็นผลมากจากเกมส์เพรสซิ่ง ที่แย่งชิงบอลอย่างรวดเร็ว และครองบอลบุกโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้มีโอกาสบุกเลย เลยกลายเป็นการบีบให้คู่ต่อสู้ต้องตั้งโซนรับตลอดเวลา จะเห็นว่าลิเวอร์พูลจะเจอกับรถบัส รถไฟ หรืออะไรก็ตาม ที่อุดอยู่หน้าประตูคู่ต่อสู้เกือบตลอดเวลา บางครั้งการปล่อยให้คู่ต่อสู้มีโอกาสได้ตั้งเกมส์บุกบ้าง อาจเป็นการเปิดช่องว่าในแดนหลังของคู่ต่อสู้ หรืออาจจะมีมิติในเกมส์ส่วนกลับเพิ่มอีกมุมหนึ่งก็เป็นได้

 

สิ่งที่น่าสนใจต่อจากนี้ คือการแก้ปัญหาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และสโมสรลิเวอร์พูลเอง ว่าจะจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร และแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างไร การเสริมทัพในช่วงหน้าร้อนก็เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตามเช่นเดียวกัน เพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่สามารถเอนเตอร์เทนแฟนบอลไปได้ตลอด ด้วยนักเตะเท่าที่มีในตอนนี้

 

 

บทความโดยคุณต้น

PATsports : Path of the game

Read 843 times Last modified on Tuesday, 07 February 2017 00:11